เกี่ยวกับ Web Accessibility

ทำไมต้องเป็น Web Accessibility?

ทำไมต้องเป็น Web Accessibility? ทำไมต้องเป็น Web Accessibility? การทำเว็บไซต์ที่ไม่คำนึงถึงการวางโครงสร้างเพื่อการเข้าถึงของบุคคลที่มีความบกพร่อง เช่น ผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตา ทางหู หรือผู้สูงอายุ เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงข้อมูลที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในโลกแห่งการติดต่อสื่อสารในยุคดิจิตอล
เมื่อ ความพิการ = ความบกพร่อง + อุปสรรค การออกแบบและจัดทำเว็บไซต์ ที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า Web Accessibility จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดอุปสรรคเหล่านั้น ซึ่งจะส่งผลให้มีคนสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ของหน่วยงานหรือองค์กร ที่จัดทำได้เพิ่มมากขึ้น

ประโยชน์ที่จะได้รับจากการพัฒนาเว็บไซต์ ให้เป็น Web Accessibility

ทางกฎหมาย: กฎกระทรวง ว่าด้วยเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร บริการโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสาร และบริการสาธารณะ สำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ต้องจัดให้ข้อมูลข่าวสาร บริการสื่อสาธารณะ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่อยู่ในความควบคุมดูแล ต้องอยู่ในรูปแบบ วิธีการหรือช่องทางที่คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้
ทางธุรกิจ: ปัจจุบันสถิติข้อมูลในประเทศไทยมีคนพิการอยู่จำนวน 1,112,534 คน(ที่มา : ข้อมูลประมวลผลจากฐานข้อมูลทะเบียนกลางคนพิการสํานักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ) การพัฒนาเว็บไซต์ให้เป็น Web Accessibility จะทำให้เว็บไซต์ของท่านสามารถเข้าถึงได้จากบุคคลทุกกลุ่ม ซึ่งจะทำให้มีผู้เข้าถึงข้อมูลในเว็บไซต์ของท่านได้มากขึ้น
ทางสังคม/จริยธรรม: แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ในการร่วมกันเปิดโลกให้กับผู้ที่มีความบกพร่องในด้านต่างๆ สามารถเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร สาระความรู้ ที่มีอยู่มากมายบนโลกดิจิตอล

Thaiwebaccessibility ได้รับทุนจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ

ซอฟต์แวร์ของ Thaiwebaccessibility.com ได้รับทุนจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2555

Thaiwebaccessibility.com พัฒนา นวัตกรรม ซอฟต์แวร์/ผลิตภัณฑ์เว็บไซต์ สำหรับสนับสนุน การใช้งาน ของผู้พิการทางสายตา โดยในปี 2555  เราได้รับทุนจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (http://www.nia.or.th)

Thaiwebaccessibility.com มุ่งมั่นในการสนับสนุนให้เกิด "สังคมแห่งความเท่าเทียมด้วย ICT" จึงได้พัฒนา นวัตกรรม ซอฟต์แวร์/ผลิตภัณฑ์เว็บไซต์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาให้เกิดนวัตกรรม(innovation) แห่งความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงสารสนเทศ ซึ่งยังไม่มีหน่วยงานเอกชนใดได้ทำมาก่อน เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยผลักดันประเทศไทย ให้เป็นสังคมแห่งนวัตกรรม และ การสร้างพื้นฐานที่ดีของเว็บไซต์ในประเทศไทย ให้ได้มาตราฐาน และทางเราขอขอบคุณการสนับสนุนที่ดีจาก สำนักงานนวัตกรรม สำหรับทุนสนับสนุนโครงการฯ เพราะหากไม่ได้รับการสนับสนุนในการเริ่มต้นนั้น นวัตกรรมต่าง ๆ ที่ทาง Thaiwebaccessibility.com คิดคงทำให้เกิดขึ้นได้ยาก 

ผู้บริหาร และ ทีมงาน Thaiwebaccessibility.com
Thaiwebaccessibility.com ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ 2555
Ref : http://www.nia.or.th

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นับเวลาถอยหลัง กฎกระทรวง ICT ประเทศไทยมีกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ ระยะ พ.ศ.2554-2563 ซึ่งมีการกำหนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนาในภาคสังคม (e-Society) ความว่า คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม มีสติปัญญาและความสามารถในการพัฒนาต่อยอด ประยุกต์ความรู้เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม สร้างสังคมไทยเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ที่มีความเอื้ออาทรและการแบ่งปันรวมถึง พระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 ในมาตรา 20 (6) กล่าวไว้ว่า "ข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร บริการโทรคมนาคม เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสารสำหรับคนพิการทุกประเภท ตลอดจนบริการสื่อสาธารณะจากหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกำหนดในกฎกระทรวง"

นอกจากนั้นในวันที่ 20 พฤษภาคม 2554 ได้มีการประกาศใช้ “กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสาร การสื่อสารบริการโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสาร และบริการสื่อสาธารณะ สำหรับคนพิการ พ.ศ. 2554” โดยมีข้อบังคับให้หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐ ต้องจัดให้ข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร บริการโทรคมนาคม บริการสื่อสาธารณะ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสาร ที่อยู่ในความควบคุมดูแล อยู่ในรูปแบบ วิธีการ  หรือช่องทางที่คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (1) การออกแบบที่เป็นสากลและเป็นธรรม และ(2) การจัดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสาร ให้เป็นไปตามความต้องการพิเศษของคนพิการแต่ละประเภท ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 180 นับแต่วันประกาศ ( 20 พฤษภาคม 2554 ) ซึ่งตรงกับวันที่ 15 พฤศจิกายน 2554

เอกสารที่เกี่ยวข้อง